|
|
ซีเมนส์ ปัดฝุ่นสมาร์ทโฮมขยายช่องทาง สร้างประสบการณ์โซลูชั่น
ซีเมนส์ ส่งระบบควบคุมไฟอัจฉริยะ รุกตลาดโซลูชั่น เจาะโครงการ บ้านหรู คอนโดฯพรีเมียม โรงแรม รีสอร์ท ชูเทคโนโลยีเชื่อมต่อที่สามารถใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เดิมที่มีอยู่ในบ้าน พร้อมระบบสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องรอระบบ 3G ตัดหน้าระบบ Ubiquitous และ Convergence ที่ต้องรอทั้ง 3G และอินเทอร์เน็ตบอรดแบนด์
ซีเมนส์ รุกตลาดระบบควบคุมไฟอัจฉริยะอย่างจริงจัง หลังจากที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 ปี ทว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคส่งผลให้ในช่วงดังกล่าวมิได้รับการตอบรับเท่าที่ควร ทว่าปัจจุบันผู้บริโภคไทยมีการยกระดับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ซีเมนส์เห็นโอกาสจึงกลับมารุกตลาดอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยผนึกพันธมิตรเพื่อขยายช่องทางจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
ระบบควบคุมไฟอัจฉริยะ หรือ Smart Home Technology เป็นระบบควบคุมที่สามารถสั่งการเปิดปิดไฟฟ้าได้ทั้งแบบปรกติหรือจะสั่งการผ่านอุปกรณ์ควบคุมระยะไกล มีระบบจับการเคลื่อนไหว (Motion Switch) เพื่อสั่งการให้สวิตไฟฟ้าเปิดหรือปิดได้ตามที่กำหนด เช่น ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งอาจจะตั้งเวลาสักครึ่งชั่วโมง เมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง ระบบก็จะสั่งการให้เครื่องปรับอากาศปิดตัวเองอัตโนมัติ เช่นเดียวกับห้องประชุมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เพื่อให้ปิดสวิตช์ไฟเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง
สมาร์ท โฮม เทคโนโลยี จะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เดินเข้าบ้าน ผ่านเซ็นเซอร์ สวิตไฟในบ้านก็จะเปิดทันที หรือแอร์ถูกสั่งให้ทำงานก่อนมาถึงบ้าน พอมาถึงก็เย็นพอดี และเมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน อุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะถูกปิด ช่วยให้ประหยัดไฟ สุพจน์ ปกพัฒนกุล รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติและขับเคลื่อน ซีเมนส์ กล่าว
นอกจากนี้ สวิตช์จับการเคลื่อนไหว เมื่อไม่ได้ใช้งานในการเปิดปิดสวิตช์ไฟ ก็สามารถต่อเชื่อมกับระบบรักษาความปลอดภัย โดยเปลี่ยนหน้าที่เป็นระบบกล้องวงจรปิด เมื่อมีคนเข้ามาสัญญาก็จะเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม ตลอดจนสามารถตั้งเวลาเปิดปิดสวิตช์ไฟได้เช่นไฟสนาม ไฟลานจอดรถ ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และยังมีระบบปรับแสงสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น สวิตช์ควบคุมการเปิดปิดมูลี่เพื่อให้ได้แสงสว่างที่พอเหมาะกับการใช้งานในห้องนั้นๆ
แม้ สมาร์ท โฮม เทคโนโลยี จะเน้นไปที่เรื่องของระบบแสงสว่างแต่ก็สามารถต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนต่างๆ รวมถึงประยุกต์ให้สั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตได้ โดยติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมเพิ่มเติมเพื่อรับสัญญาณคำสั่งจากโทรศัพท์มือถือ เช่นการสั่งการให้เครื่องปรับอากาศเปิดก่อนจะกลับมาถึงบ้านเพื่อให้ได้อากาศที่เย็นสบายพอดี
รูปแบบดังกล่าวถือเป็นการใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบ Ubiquitous หรือระบบ Convergence ที่ค่ายญี่ปุ่นและค่ายเกาหลีต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองเพื่อให้สามารถใช้งานเชื่อต่อซึ่งกันและกันได้ ทว่าระบบดังกล่าวต้องอาศัย Infrastructure ที่พร้อมกว่านี้ เช่น การใช้ระบบ 3G ในโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบน จึงทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ในเมืองไทย
อีกทั้ง Ubiquitous และ Convergence ยังจำกัดเฉพาะเทคโนโลยีของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง โดยหวังว่าจะสร้างลอยัลตี้ให้ลูกค้าอยู่กับลูกค้าแบรนด์นั้นๆไปตลอด แต่ ระบบควบคุมไฟอัจฉริยะ ของซีเมนส์ ใช้มาตรฐาน EIB (European Installation Bus) ซึ่งเทคโนโลยีที่มาจากยุโรปส่วนใหญ่จะยืนอยู่บนมาตรฐานดังกล่าวทำให้สามารถให้งานเชื่อมต่อซึ่งกันและกันได้ หรืออย่างการณี ระบบควบคุมไฟอัจฉริยะ ที่ใช้กับระบบรักษาความปลอดภัย ลูกค้าสามารถใช้ระบบของซีเมนส์พ่วงเข้ากับกล้องวงจรปิดของแบรนด์อื่นๆได้ จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เพราะลูกค้าไม่ต้องเปลี่ยนใหม่หมดทั้งระบบ แต่กระนั้นซีเมนส์ก็มีไลน์อัปสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร
อย่างไรก็ดีแม้ซัมซุงจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อของตัวเองที่เรียกว่า Convergence แต่ซัมซุงก็มีการพัฒนาสินค้าให้อยู่บนมาตรฐานสากลที่เรียกว่า DLNA (Digital Living Network Alliance) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อสั่งการเชื่อมต่อใช้งานร่วมกัน โดยหลายแบรนด์มีการพัฒนาสินค้าให้อยู่บนมาตรฐาน DLNA ทำให้สามารถใช้งานร่วมกันได้
ปัจจุบันแทบจะทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถนำมาเซ็ตเน็ตเวิร์กในบ้าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง เอ็มพี 3 ทีวี กล้องถ่ายรูป ตลอดจนเครื่องเล่นต่างๆ ล้วนใช้มาตรฐาน DLNA เพียงแค่นำทีวีต่อเข้ากับเน็ตเวิร์ก ระบบก็จะมาแสดงบนทีวี เราสามารถดึงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และใช้งานเอ็มพี 3 บนทีวีได้ ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เราก็สามารถรับรู้สถานะการทำงานว่า ไมโครเวฟ กำลังทำอะไรอยู่ ใช้งานอยู่หรือปิดอยู่ เครื่องซักผ้าที่ใช้อยู่ทำงานเสร็จแล้วหรือยัง โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาให้สั่งการ ผ่านโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต สุพจน์ ลีนานุรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ธุรกิจภาพและเสียง ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว
ปัจจุบันระบบควบคุมไฟอัจฉริยะในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท โดยตลาดระดับบนมีอยู่ประมาณ 25% หรือคิดเป็นมูลค่า 125 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ซีเมนส์ให้ความสำคัญโดยซีเมนส์มีส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์ดังกล่าว 60% ในขณะที่คู่แข่งที่สำคัญคือแบรนด์ AVB จากสวิตเซอร์แลนด์ และชไนเดอร์ จากฝรั่งเศส ซึ่งคู่แข่งทั้ง 2 มีการเจาะตลาดโครงการและตลาดโฮมยูส ส่วนซีเมนส์ที่ผ่านมาเน้นตลาดโครงการเป็นหลัก และกำลังขยายช่องทางเพื่อเข้าสู่ตลาดโฮมยูสอย่างจริงจังในปีนี้ โดยร่วมกับ แสงชัยแอร์ควอลิตี้ ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์เก่าในการจำหน่ายสวิตช์ปลั๊กไฟให้กับซีเมนส์
สำหรับราคาเริ่มต้นในการลงระบบเบื้องต้นในบ้านแต่ละหลังอยู่ที่ 60,000-70,000 บาท ส่วนราคา Full Option นั้นขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรบ้าง โดยซีเมนส์จะเน้นการเจาะตลาดอาคารที่พักอาศัยระดับบน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรู หรือคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม ตลอดจนโรงแรม และรีสอร์ทต่างๆ ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในเรื่องการประหยัดพลังงาน และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าพักอาศัย
การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 8-10% โดยเราจะจับตลาดระดับบนซึ่งแม้ว่าจะมีจำนวนลูกค้าน้อย แต่ว่าเป็นมูลค่าที่สูง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของตลาดระบบควบคุมไฟอัจฉริยะระดับบนอยู่ที่ 50% และจะสูงมากกว่านี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยเราตั้งเป้าที่จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากปัจจุบันที่มี 60% สุพจน์ ปกพัฒนกุล รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติและขับเคลื่อน ซีเมนส์ กล่าว
ก่อนหน้านี้หลายๆแบรนด์ต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตัวเองและยังทำให้ผู้บริโภคเกิดแบรนด์ลอยัลตี้ต่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะสามารถกินรวบตลาดในบ้าน 1 หลัง การขายจึงถูกผูกกลยุทธ์เป็นโซลูชั่นทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีเองและการทำโปรโมชั่นเพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าหลายๆกลุ่มเพื่อให้เกิดประสบการณ์ในการใช้สินค้ากลุ่มอื่นๆ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจึงไม่มีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งครองความเป็นเบอร์หนึ่งในทุกผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีการทำโปรโมชั่นจูงใจให้ลูกค้าใช้สินค้ากลุ่มอื่นๆ
นอกจากนี้ในการทำการตลาดแบบโซลูชั่นที่ผ่านมายังสร้างข้อจำกัดให้ลูกค้าเลือกแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเท่ากับว่าลูกค้าต้องเปลี่ยนทั้งระบบ แต่ในการรุกตลาดโซลูชั่นของซีเมนส์ได้เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคผสมผสานเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ในบ้านเข้ากับระบบใหม่ของซีเมนส์ได้ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 2 พฤษภาคม 2551 15:40 น.
|
|
|